วันสุนทรภู่

เรามาทำความรู้จักกับวันสุนทรภู่กันนะครั

 วันสุนทรภู่

๑.    ความเป็นมาและความสำคัญของวันสุนทรภู่

               “สุนทรภู่”    เป็นกวีของไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์   มีผลงานนิพนธ์หลายเรื่อง   ทั้งประเภทนิราศ  นิทาน  สุภาษิต   เสภา  บทละคร  และบทเห่กล่อม   จนได้รับการยกย่องในความเป็นเลิศและความสามารถในกวีนิพนธ์ของท่าน  และได้รับการเรียกขานต่าง ๆ   เช่น  กวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์   กวีเอกของไทย  กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์   บรมครูกลอนตลาดแห่งกรุงสยาม  และบรมครูกลอนแปด   เป็นต้น   และด้วยผลงานอันทรงคุณค่าทำให้องค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ ให้ท่านเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก  ในวาระครบรอบ  ๒๐๐  ปีเกิดของท่านเมื่อวันที่  ๒๖  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๒๙   ซึ่งถือได้ว่าท่านเป็นสามัญชนคนแรกของไทยที่ได้รับเกียรตินี้

๒.    ชีวประวัติพระสุนทรโวหาร (ภู่)

               สุนทรภู่    กวีสำคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์   เกิดเมื่อวันที่  ๒๖  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๓๒๙    ณ  บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง  (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน)  บิดาของท่านเป็นคนชาวบ้านกร่ำ  อำเภอแกลง  จังหวัดระยอง   สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง  บิดามารดาเลิกล้างกันตั้งแต่สุนทรภู่เกิด  บิดาออกไปบวชที่วัดป่า   ตำบลบ้านกร่ำ  อำเภอแกลง   อันเป็นภูมิลำเนาเดิม   ส่วนมารดากลับเข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง  ได้ถวายตัวเป็นนางนมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลังนั้น

               สุนทรภู่ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระราชวังหลังและอาศัยอยู่กับมารดา  สุนทรภู่ได้รับ            การศึกษาในพระราชวังหลังและที่วัดปีปะขาว  (วัดศรีสุดาราม)    ตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่งกลอนยิ่งกว่างานอื่น  ครั้งรุ่นหนุ่มเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วัดศรีสุดารามในคลองบางกอกน้อย  ได้แต่งกลอนสุภาษิตและกลอนนิทานขึ้นไว้  เมื่ออายุราว  ๒๐  ปี

               ในสมัยรัชกาลที่  ๒  สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์  และเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  จนได้รับแต่งตั้งเป็นขุนสุนทรโวหาร  เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด  ต่อมา  ราว  พ.ศ.  ๒๓๖๔   สุนทรภู่ต้องติดคุกเพราะเมาสุราอาละวาดและทำร้ายท่านผู้ใหญ่  แต่อยู่คุกไม่นานก็พ้นโทษเพราะความสามารถในทางกลอนอันเป็นที่พอพระราชหฤทัย ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

               ในสมัยรัชกาลที่  ๓  สุนทรภู่ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องเสพสุราและอื่น  ๆ  จึงถูกถอดออกจากตำแหน่งขุนสุนทรโวหาร  ต่อมาสุนทรภู่ออกบวชที่วัดราชบูรณะ  (วัดเลียบ)  และเดินทางไปจำพรรษาตามวัดต่าง ๆ  และได้รับการอุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณจนพระองค์ประชวรสิ้นพระชนม์  สุนทรภู่จึงลาสิกขาบท  รวมอายุที่บวชได้ประมาณ  ๑๐  พรรษา  สุนทรภู่ออกมาตกระกำลำบากอยู่พักหนึ่งจึงกลับเข้าไปบวชอีกครั้งหนึ่งอยู่ได้ เพียง  ๒  พรรษา  ก็ลาสิกขาบท  และถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์  พระราชวังเดิม  รวมทั้งได้รับอุปการะจากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพอีกด้วย

               ในสมัยรัชกาลที่  ๔  เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ครองราชย์  ทรงสถาปนาเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์เป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่ หัว  ประทับอยู่วังหน้า  (พระบวรราชวัง)   สุนทรภู่จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระสุนทรโวหาร  ตำแหน่งเจ้ากรมพระอาลักษณ์ฝ่ายบวรราชวังในปี  พ.ศ.  ๒๓๙๔    และรับราชการต่อมาได้อีก  ๔  ปี  ก็ถึงแก่มรณกรรมในปี  พ.ศ.  ๒๓๙๘  รวมอายุได้  ๗๐  ปี

               องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  (ยูเนสโก  :  UNESCO)   ได้ประกาศยกย่องสุนทรภู่ให้เป็นบุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับ โลกในวาระครบรอบ  ๒๐๐  ปีเกิดของท่าน   ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๕๓๐   นายเสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  อดีตรองนายกรัฐมนตรี  ได้ดำเนินการจัดตั้งสถาบันสุนทรภู่ขึ้นเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับ ชีวิตและงานของสุนทรภู่ให้แพร่หลายในหมู่เยาวชนและประชาชนชาวไทยมากยิ่ง ขึ้น  ทางราชการจึงได้กำหนดให้มีการจัดงานวันสุนทรภู่  โดยกำหนดเอาวันที่  ๒๖  มิถุนายน  ของทุกปี  เป็น  “วันสุนทรภู่”

               โดยในปี  พ.ศ.  ๒๕๕๒  นี้  ถือว่าเป็นปีที่  ๒๒๓  ในโอกาสครบรอบวันเกิดของพระสุนทรโวหาร

รวมผลงานของสุนทรภู่

เรียงตามประเภทและตามหลักฐานที่ปรากฏ

๑.    ประเภทนิราศ

        มี  ๙  เรื่อง   ได้แก่

        ๑.   นิราศเมืองแกลง  (นิราศเรื่องแรก)  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๕๐
๒.   นิราศพระบาท   แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๕๑
๓.   นิราศภูเขาทอง  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๗๑
๔.   นิราศเมืองเพชร  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๘๘-๒๓๙๒
๕.   นิราศวัดเจ้าฟ้า  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๗๕
๖.   นิราศอิเหนา  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๗๕-๒๓๗๘
๗.   นิราศสุพรรณ  (แต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ)   แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๘๔   ในรัชกาลที่  ๓

        ๘.   รำพันพิลาป แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๘๕
๙.    นิราศพระประธม  (นิราศเรื่องสุดท้าย)  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๘๕-๒๓๘๘

๒.    ประเภทนิทาน

          มี  ๕  เรื่อง   ได้แก่

        ๑.   นิทานคำกลอนเรื่องโคบุตร   แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๔๘-๒๓๔๙  (สมัยรัชกาลที่  ๑)

        ๒.   นิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณี   แต่งเมื่อติดคุก  (สมัยรัชกาลที่  ๒-๓)

        ๓.   กาพย์พระไชยสุริยา  แต่งในรัชกาลที่  ๓

        ๔.   ลักษณะวงศ์

        ๕.   สิงหไกรภพ   แต่งในรัชกาลที่  ๒

๓.    ประเภทบทละคร

         มี ๑ เรื่อง   คือ     อภัยนุราช   แต่งในรัชกาลที่  ๔

๔.    ประเภทบทเสภา

         มี   ๒   เรื่อง

         ๑.    ขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม     แต่งใน สมัยรัชกาลที่  ๒

         ๒.   พระราชพงศาวดาร  แต่งในรัชกาลที่  ๔

๕.    ประเภทบทเห่กล่อม

         มี  ๔-๕ เรื่อง

         ๑.   เห่เรื่องจับระบำ

        ๒.   เห่เรื่องกากี

        ๓.   เห่เรื่องพระอภัยมณี

        ๔.   เห่เรื่องโคบุตร

        ๕.    เห่กล่อมพระบรรทม    แต่งในรัชกาลที่  ๒

๖.    ประเภทสุภาษิต

        มี ๒ เรื่อง

        ๑.    สวัสดิรักษา      แต่งเมื่อราวปี  พ.ศ.  ๒๓๖๔-๒๓๖๗

        ๒.    เพลงยาวถวายโอวาท  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๗๓

(เรียบเรียงชีวประวัติและผลงานของสุนทรภู่โดย ครูปิยะฤกษ์ บุญโกศล  อ้างอิงจาก  สารานุกรมไทยฉบับเด็กและเยาวชน)

สุนทรภู่  :  นิราศภูเขาทอง

สุนทรภู่  :  รูปปั้นตั้งอยู่  ณ  อำเภอแกลง  จังหวัดระยอง

สุนทรภู่  :  ข้อคิดจากสุนทรภู่

วันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๔ โรงเรียนโพนทันเจริญวิทย์

            รวมภาพต่าง ๆ มาจัดทำเป็นภาพยนตร์ให้นักเรียนได้รับชม  “กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี  ๒๕๕๔  โรงเรียนโพนทันเจริญวิทย์”   ซึ่งนักเรียนได้ให้ความสนใจร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี  ขอชมเชยนักเรียนทุกคนด้วยความจริงใจ มา ณ  โอกาสนี้    ปีนี้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโรงเรียนโพนทันเจริญวิทย์ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมทักษะและพัฒนาการใช้ภาษาไทยให้แก่นักเรียนโดยจัดกิจกรรมในรูปแบบที่เรียบง่าย  ไม่ให้เสียเวลาเรียนนักเรียน  มุ่งให้นักเรียนทุกคนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพอย่างสูงสุดให้สำหรับนักเรียนแต่ละคน   โดยจัดกิจกรรมในช่วงพักกลางวัน  ได้แก่  กิจกรรมคัดลายมือ  เขียนเรียงความ  นักอ่านข่าวรุ่นเยาว์  หนังสือเล่มเล็ก  เล่านิทานพื้นบ้าน  ตัวต่ออักษรภาษาำไทย  และการแต่งคำขวัญวันภาษาไทย  ระหว่างวันที่  ๒๗  กรกฎาคม  –  ๕  สิงหาคม  ๒๕๕๔   ขอเชิญรับชม ครับ

หากประสงค์รับชมคลิกที่นี่  คลิก

วันภาษาไทยแห่งชาติ โรงเรียนโพนทันเจริญวิทย์

ร่วมภาคภูมิใจในความเป็นไทย : หยุดใช้ภาษาวิบัติ

ร่วมภาคภูมิใจในความเป็นไทย : หยุดใช้ภาษาวิบัติ  :  มาใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องนะครับ

กิจกรรมรำลึกถึงสุนทรภู่ครูกวี ประจำปี ๒๕๕๔ ในโรงเรียนโพนทันเจริญวิทย์

โรงเรียนโพนทันเจริญวิทย์จัดกิจกรรมวันสุนทรภู่  “รำลึกถึงสุนทรภู่ครูกวี  ประจำปี  ๒๕๕๔”   ระหว่างวันที่  ๒๑-๒๕  มิถุนายน  ๒๕๕๔   ประมวลภาพมาฝากได้ดังนี้

 

วีดีโอกิจกรรม  “รำลึกถึงสุนทรภู่ครูกวี  และ  วันต่อต้านยาเสพติด  ประจำปี  ๒๕๕๔”   ระหว่างวันที่  ๒๑-๒๕  มิถุนายน  ๒๕๕๔

ละครสั้น : ส่งเสริมการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง

   ในหน้านี้ครูขอยกตัวอย่างเกี่ยวกับละครสั้นที่เป็นผลงานของนักเรียนโรงเรียนเสนา  “เสนาประสิทธิ์”  ซึ่งได้นำเสนอแง่คิดในการใช้ภาษาไทยที่ผิด ๆ  มาฝากนักเรียนทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกเรียนภาษาไทยในคอมกับครูปิยะฤกษ์   เพื่อให้นักเรียนได้เห็นเป็นตัวอย่าง   เมื่อรู้ว่าผิดแล้วตามอย่างละครสั้น  ตั้งแต่วันนี้ไปนักเรียนเป็นคนคนหนึ่งที่จะต้องช่วยชาติไทยรู้จักใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องนะครับ

ละครบนเวที

ภาษาของเรา

         เรียนภาษาไทยน่ารู้กับครูปิยะฤกษ์  วันนี้ขอนำคำประพันธ์ที่ครูได้ประพันธ์ไว้เมื่อหลายปีก่อนมาให้อ่านกัน ด้วยถือว่าเป็นงานเขียนที่ไม่เคยล้าหลังเนื่องจากการแต่งคำประพันธ์ครั้งนั้นมาจากแรงบันดาลใจที่ครูคิดว่าหากเรามีความรักและหวงแหนภาษาไทยเราต้องแสดงอะไรให้เป็นที่ประจักษ์   จึงได้นำสิ่งนี้มาเพื่อถ่ายทอดเจตนารมณ์ให้เข้าใจถึงความสำคัญของภาษาไทยที่เป็นเครื่องมือในการสื่อสารของคนไทยทั้งชาติ  ซึ่งภาษาไทยของเรานั้นมีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน  โดยสรุปแล้วการที่เราจะรักษาภาษาประจำชาติของเราไว้ให้ดำรงอยู่ก็คือต้องมีใจที่จะช่วยกันรักษาและร่วมกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องนั่นเอง ครับ

ภาษาของเรา Continue reading

รูปแบบของอักษรไทยและความสำคัญของอักษรไทย

          วันนี้เรียนภาษาไทยในคอมกับครูปิยะฤกษ์ของนำนักเรียนทุกคนมาเรียนรูปแบบของอักษรไทยและความสำคัญของตัวอักษรไทย    ในฐานะที่ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติไทยของเรา  ดังนั้นเราจึงควรใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องตามแบบฉบับของไทยเรา  เช่น

        ๑.  การเขียนตัวอักษรไทย  ควรใช้ตามรูปแบบตัวอักษรไทยใน  ๑๐  แบบหลัก ๆ หรือเป็นตัวอักษรที่มีหัว   ไม่ควรใช้แบบตามใจตนหรือใช้แบบตามอักษรในภาษาอื่น

รูปแบบการเขียนอักษรไทย   มีอยู่ด้วยกัน  ๑๐  แบบ  ได้แก่

๑. ตัวอักษรแบบขุนสัมฤทธิ์วรรณการ  เป็นแบบที่กระทรวงธรรมการใช้ฝึกหัดคัดลายมือของนักเรียนในสมัยก่อน

๒. ตัวอักษรแบบอาลักษณ์ เป็นแบบหัวเหลี่ยม ใช้ในราชการ มีความสวยงามใช้ในการเขียนประกาศเกียรติยศต่าง ๆ

๓. ตัวอักษรแบบพระยาผดุงวิทยาเสริม เพื่อใช้ฝึกเด็กให้เขียนหรือคัดลายมือ หลังจากเรียนอ่านพยัญชนะถูกต้องแล้ว

๔. ตัวอักษรแบบโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ จัดทำเป็นแบบคัดลายมือของโรงเีรียน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙

๕. ตัวอักษรแบบโรงเรียนสายน้ำทิพย์ โดยนำลายมือของอาจารย์มงคล สุพรรณรัตน์ มาดัดแปลงทำเป็นแบบฝึกหัดคัดลายมือของโรงเรียนตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ เป็นต้่นมา  

๖. ตัวอักษรแบบภาควิชาประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้เพื่อให้ครูฝึกสอนสอนนำไปใช้ต่อการฝึกเด็กนักเรียน และใช้เป็นแบบฝึกหัดคัดลายมือของนิสิตที่จะนำไปใช้สอนลูกศิษย์เมื่อจบเป็นครู

๗. ตัวอักษรแบบกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นตัวอักษรตามงานวิจัยของอาจารย์วรรณี โสมประยูร พุทธศักราช ๒๕๑๔

๘. ตัวอักษรแบบที่สำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติใช้พัฒนาลายมือของนักเรียน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕

๙. ตัวอักษรแบบที่ใช้ในโครงการพัฒนาการเขียนลายมือ ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๓๙

๑๐. ตัวอักษรแบบชนะเลิศการประกวดรูปแบบอักษรไทย เนื่องในวโรกาสมหามงคลพระราชพิธีกาญจนาภิเษกฉลองศิริราชย์สมบัติครบ ๕๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๓๙

        ๒.   การพูด  ควรพูดให้ชัดเจนถูกต้องตามหลักการออกเสียงคำและการสื่อความหมายของคำในประโยค

         ๓.   จิตใจ   ต้องเห็นคุณค่าในภาษาไทยของเรา  รักและหวงแหน  ใช้ให้ถูกต้องเพื่อจะให้ภาษาไทยของเราเป็นเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย  เป็นมรดกไว้ให้ลูกหลานของเราได้ใช้และได้สืบสานต่อตลอดไปอย่างไม่อับอายชาติอื่นใด

วิดีโอเพื่อการศึกษา :  รูปแบบอักษรไทย

Video for education : Thai fonts

วันภาษาไทยแห่งชาติ

                หลังจากที่นักเรียนรู้จักวันสำคัญของภาษาไทย  เช่น  วันสุนทรภู่ไปแล้ว  ครั้งนี้มารู้จักกับวันสำคัญทางภาษาไทยอีกวันหนึ่งนะครับ  นั่นคือ  วันภาษาไทยแห่งชาติ   วันภาษาไทยแห่งชาติมีความเป็นมาและสำคัญอย่างไร  มาทราบกันตอนนี้เลยครับ

วันภาษาไทยแห่งชาติ

(ตรงกับวันที่  ๒๙  กรกฎาคม  ของทุกปี)

 

ความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ

                สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีในปี  ๒๕๔๒  ได้ประกาศให้วันที่  ๒๙  กรกฎาคม  ของทุกปี  เป็น  “วันภาษาไทยแห่งชาติ”  โดยถือกำหนดจากวันที่  ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานและทรงอภิปรายเรื่อง “ปัญหาการใช้คำไทย ” ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ในวาระอันเป็นประวัติศาสตร์ครั้งนั้น  พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริและพระราชวินิจฉัยที่มีคุณค่ายิ่งเกี่ยวกับภาษาไทยและการรักษาภาษาไทยให้บริสุทธิ์  ซึ่งได้แสดงให้ประจักษ์ถึงพระปรีชาพระปรีชาสามารถและความสนพระราชหฤทัยและความห่วงใยที่มีต่อการใช้ภาษาไทย จนเป็นที่ประทับใจผู้ร่วมประชุมครั้งนั้นเป็นอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่ง  ความว่า

            “เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียง คือ ให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สาม คือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทย ซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้…สำหรับคำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็น ในทางวิชาการไม่น้อย แต่บางคำที่ง่าย ๆ ก็ควรจะมีควรจะใช้คำเก่า ๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ควรจะมาตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก”  Continue reading

วันสุนทรภู่

    เรามาทำความรู้จักกับวันสุนทรภู่กันนะครั

วันสุนทรภู่

๑.    ความเป็นมาและความสำคัญของวันสุนทรภู่

               “สุนทรภู่”    เป็นกวีของไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์   มีผลงานนิพนธ์หลายเรื่อง   ทั้งประเภทนิราศ  นิทาน  สุภาษิต   เสภา  บทละคร  และบทเห่กล่อม   จนได้รับการยกย่องในความเป็นเลิศและความสามารถในกวีนิพนธ์ของท่าน  และได้รับการเรียกขานต่าง ๆ   เช่น  กวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์   กวีเอกของไทย  กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์   บรมครูกลอนตลาดแห่งกรุงสยาม  และบรมครูกลอนแปด   เป็นต้น   และด้วยผลงานอันทรงคุณค่าทำให้องค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้ท่านเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก  ในวาระครบรอบ  ๒๐๐  ปีเกิดของท่านเมื่อวันที่  ๒๖  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๒๙   ซึ่งถือได้ว่าท่านเป็นสามัญชนคนแรกของไทยที่ได้รับเกียรตินี้

๒.    ชีวประวัติ

พระสุนทรโวหาร (ภู่)

               สุนทรภู่    กวีสำคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์   เกิดเมื่อวันที่  ๒๖  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๓๒๙    ณ  บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง  (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน)  บิดาของท่านเป็นคนชาวบ้านกร่ำ  อำเภอแกลง  จังหวัดระยอง   สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง  บิดามารดาเลิกล้างกันตั้งแต่สุนทรภู่เกิด  บิดาออกไปบวชที่วัดป่า   ตำบลบ้านกร่ำ  อำเภอแกลง   อันเป็นภูมิลำเนาเดิม   ส่วนมารดากลับเข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง  ได้ถวายตัวเป็นนางนมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลังนั้น

               สุนทรภู่ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระราชวังหลังและอาศัยอยู่กับมารดา  สุนทรภู่ได้รับ            การศึกษาในพระราชวังหลังและที่วัดปีปะขาว  (วัดศรีสุดาราม)    ตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่งกลอนยิ่งกว่างานอื่น  ครั้งรุ่นหนุ่มเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วัดศรีสุดารามในคลองบางกอกน้อย  ได้แต่งกลอนสุภาษิตและกลอนนิทานขึ้นไว้  เมื่ออายุราว  ๒๐  ปี

               ในสมัยรัชกาลที่  ๒  สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์  และเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  จนได้รับแต่งตั้งเป็นขุนสุนทรโวหาร  เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด  ต่อมา  ราว  พ.ศ.  ๒๓๖๔   สุนทรภู่ต้องติดคุกเพราะเมาสุราอาละวาดและทำร้ายท่านผู้ใหญ่  แต่อยู่คุกไม่นานก็พ้นโทษเพราะความสามารถในทางกลอนอันเป็นที่พอพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

               ในสมัยรัชกาลที่  ๓  สุนทรภู่ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องเสพสุราและอื่น  ๆ  จึงถูกถอดออกจากตำแหน่งขุนสุนทรโวหาร  ต่อมาสุนทรภู่ออกบวชที่วัดราชบูรณะ  (วัดเลียบ)  และเดินทางไปจำพรรษาตามวัดต่าง ๆ  และได้รับการอุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณจนพระองค์ประชวรสิ้นพระชนม์  สุนทรภู่จึงลาสิกขาบท  รวมอายุที่บวชได้ประมาณ  ๑๐  พรรษา  สุนทรภู่ออกมาตกระกำลำบากอยู่พักหนึ่งจึงกลับเข้าไปบวชอีกครั้งหนึ่งอยู่ได้เพียง  ๒  พรรษา  ก็ลาสิกขาบท  และถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์  พระราชวังเดิม  รวมทั้งได้รับอุปการะจากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพอีกด้วย

               ในสมัยรัชกาลที่  ๔  เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ครองราชย์  ทรงสถาปนาเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์เป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว  ประทับอยู่วังหน้า  (พระบวรราชวัง)   สุนทรภู่จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระสุนทรโวหาร  ตำแหน่งเจ้ากรมพระอาลักษณ์ฝ่ายบวรราชวังในปี  พ.ศ.  ๒๓๙๔    และรับราชการต่อมาได้อีก  ๔  ปี  ก็ถึงแก่มรณกรรมในปี  พ.ศ.  ๒๓๙๘  รวมอายุได้  ๗๐  ปี

               องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  (ยูเนสโก  :  UNESCO)   ได้ประกาศยกย่องสุนทรภู่ให้เป็นบุคคลที่มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมระดับโลกในวาระครบรอบ  ๒๐๐  ปีเกิดของท่าน   ต่อมาในปี  พ.ศ.  ๒๕๓๐   นายเสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  อดีตรองนายกรัฐมนตรี  ได้ดำเนินการจัดตั้งสถาบันสุนทรภู่ขึ้นเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับชีวิตและงานของสุนทรภู่ให้แพร่หลายในหมู่เยาวชนและประชาชนชาวไทยมากยิ่งขึ้น  ทางราชการจึงได้กำหนดให้มีการจัดงานวันสุนทรภู่  โดยกำหนดเอาวันที่  ๒๖  มิถุนายน  ของทุกปี  เป็น  “วันสุนทรภู่”

               โดยในปี  พ.ศ.  ๒๕๕๒  นี้  ถือว่าเป็นปีที่  ๒๒๓  ในโอกาสครบรอบวันเกิดของพระสุนทรโวหาร

รวมผลงานของสุนทรภู่

เรียงตามประเภทและตามหลักฐานที่ปรากฏ

๑.    ประเภทนิราศ

        มี  ๙  เรื่อง   ได้แก่

        ๑.   นิราศเมืองแกลง  (นิราศเรื่องแรก)  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๕๐
        ๒.   นิราศพระบาท   แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๕๑
        ๓.   นิราศภูเขาทอง  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๗๑
        ๔.   นิราศเมืองเพชร  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๘๘-๒๓๙๒ 
        ๕.   นิราศวัดเจ้าฟ้า  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๗๕
        ๖.   นิราศอิเหนา  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๗๕-๒๓๗๘
        ๗.   นิราศสุพรรณ  (แต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ)   แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๘๔   ในรัชกาลที่  ๓  

        ๘.   รำพันพิลาป แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๘๕
        ๙.    นิราศพระประธม  (นิราศเรื่องสุดท้าย)  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๘๕-๒๓๘๘

๒.    ประเภทนิทาน

          มี  ๕  เรื่อง   ได้แก่

        ๑.   นิทานคำกลอนเรื่องโคบุตร   แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๔๘-๒๓๔๙  (สมัยรัชกาลที่  ๑)

        ๒.   นิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณี   แต่งเมื่อติดคุก  (สมัยรัชกาลที่  ๒-๓)

        ๓.   กาพย์พระไชยสุริยา  แต่งในรัชกาลที่  ๓

        ๔.   ลักษณะวงศ์       

        ๕.   สิงหไกรภพ   แต่งในรัชกาลที่  ๒

๓.    ประเภทบทละคร

         มี ๑ เรื่อง   คือ     อภัยนุราช   แต่งในรัชกาลที่  ๔

๔.    ประเภทบทเสภา

         มี   ๒   เรื่อง  

         ๑.    ขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม     แต่งใน สมัยรัชกาลที่  ๒

         ๒.   พระราชพงศาวดาร  แต่งในรัชกาลที่  ๔

๕.    ประเภทบทเห่กล่อม

         มี  ๔-๕ เรื่อง

         ๑.   เห่เรื่องจับระบำ               

        ๒.   เห่เรื่องกากี

        ๓.   เห่เรื่องพระอภัยมณี         

        ๔.   เห่เรื่องโคบุตร

        ๕.    เห่กล่อมพระบรรทม    แต่งในรัชกาลที่  ๒

๖.    ประเภทสุภาษิต

        มี ๒ เรื่อง    

        ๑.    สวัสดิรักษา      แต่งเมื่อราวปี  พ.ศ.  ๒๓๖๔-๒๓๖๗

        ๒.    เพลงยาวถวายโอวาท  แต่งเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๓๗๓

(เรียบเรียงชีวประวัติและผลงานของสุนทรภู่โดย ครูปิยะฤกษ์ บุญโกศล  อ้างอิงจาก  สารานุกรมไทยฉบับเด็กและเยาวชน)

สุนทรภู่  :  นิราศภูเขาทอง

สุนทรภู่  :  รูปปั้นตั้งอยู่  ณ  อำเภอแกลง  จังหวัดระยอง

สุนทรภู่  :  ข้อคิดจากสุนทรภู่

ภาษาไทยกับวันสำคัญ

เป็นที่รู้จักกันดีว่าในภาษาไทยมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับวันสำคัญ ๆ  อยู่ 2 วัน   คือ

1.  วันสุนทรภู่

2.  วันภาษาไทยแห่งชาติ

และนอกจากนี้ภาษาไทยยังมีความสำคัญต่อวันอื่น ๆ  ในฐานะเป็นการสนับสนุนให้วันสำคัญอื่น  ๆ  นั้นมีความสมบูรณ์ขึ้น  เช่น  นักเรียนได้เขียนเรียงความในวันศิลปินแห่งชาติ   นักเรียนกล่าวสุนทรพจน์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันสำคัญของโลก  เป็นต้น  ดังนั้น  จึงสมควรอย่างยิ่งที่นักเรียนจำเป็นต้นเรียนรู้ทักษะภาษาไทยให้ครบทั้ง  5  สาระ   ได้แก่  การอ่าน  การเขียน  การฟังการดูและการพูด  หลักการใช้ภาษาไทย  และวรรณคดีและวรรณกรรม   วันนี้เราไปรู้วันสำคัญเกี่ยวกับภาษาไทยกันเลยครับ

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 110 other followers