บทความภาษาไทยน่ารู้

บทความภาษาไทยน่ารู้

มีคำถาม (ความจริงเป็นคำปรารภและปรารมภ์) ของคุณ “เต่าล้านปี (๒)” ค้างอยู่ ๒ เรื่อง คือ
“๓. วรรณยุกต์ เด็กสมัยนี้ใช้วรรณยุกต์กันผิดๆ ถูกๆ เช่น นะคะ ก็เขียนเป็นนะค่ะ หรือ นะค๊ะ สมัยนี้ท่าจะไม่มีหลักสูตรวิชาไวยากรณ์ไทย เด็กสมัยใหม่จึงไม่รู้จักอักษรสูง อักษรกลาง อักษรต่ำ อธิบายให้เขาฟังเขาไม่เข้าใจกันค่ะ

๔. กระทรวงศึกษาธิการน่าจะเอาจริงเอาจังการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย

ให้มากกว่านี้ บางคนเป็น ดร. (ด็อกเต้อร์) ยังเขียนภาษาไทยผิดๆ แล้วก็ไม่ละอายด้วย กลับเห็นเป็นโก้เก๋แสดงว่า ฉันคล่องภาษาต่างประเทศมากกว่าภาษาไทย น่าอนาถใจจริงๆ
เรื่องวรรณยุกต์นี้เป็นเรื่องปวดหัว ไม่เฉพาะเยาวชนเท่านั้นที่เขียนผิด ผู้ใหญ่ทั่วๆ ไปก็มีปัญหา เว้นแต่คนที่เอาใจใส่จริงจังอย่างครูภาษาไทย (ที่ดี)
(กระซิบ…อย่าเอ็ดไปครับ ครูภาษาไทยบางคนก็ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะครูบางคนที่อ้างว่าไม่สันทัดวิชาใดเป็นพิเศษ เขาก็ให้ไปสอนภาษาไทย นึกว่าภาษาไทยหมูๆ ความจริงต้องเป็นครูคนที่รักและเอาใจใส่ภาษาไทยจริงๆ แม้ครูภาษาไทยเก่าๆ อย่าง “สุดสงวน” ยังเผลอลงวรรณยุกต์ผิดๆ บ่อยๆ เลยครับ)
เรื่องวรรณยุกต์นี้จำเป็นต้องให้รู้จริงจังว่า อักษรสูง อักษรกลาง อักษรต่ำ คือตัวไหนและผันวรรณยุกต์อย่างไร แม้จะเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ก็จำเป็นต้องให้รู้ไว้ เพราะรู้แล้วก็ไม่ผิด (มาก)
ทุกวันนี้เวลาไปพูด คุย เสวนาหรือบรรยายพิเศษ ผู้เขียนก็ชอบจะย้ำให้นักเรียน นักศึกษารู้ว่า วิธีจำอักษร ๓ หมู่นั้นจำอย่างไร
อย่างครูภาษาไทยหลายๆ ท่านเคยสอนวิธีจำ อักษรกลาง ๙ ตัว ให้ท่องว่า “ไก่จิกเด็กตาย เด็กตายบนปากโอ่ง” แล้วอธิบายว่า ไก่ก็คือ ก จิก คือ จ เด็ก คือ ด ตายคือ ต (ที่ต้องซ้ำ ๒ เที่ยวเพื่อให้รู้ว่า ยังมี ฎ ฏ) บน คือ บ ปาก คือ ป โอ่ง คือ อ อย่างนี้ก็จะได้อักษรกลางครบทั้ง ๙ ตัว
หรือครูของ “สุดสงวน” คนหนึ่ง ท่านสอนให้ท่องว่า “ไก่จานประตักเต่าปลาเด็กชฎาอ่างใบไม้” ซึ่งจะได้อักษรกลาง ๙ ตัว ครบเหมือนกัน
จากนั้นเราจึงไปสอนว่า อักษรกลาง คำเป็นผันได้ครบ ๕ เสียง คือ สามัญ (กา) เอก (ก่า) โท (ก้า) ตรี (ก๊า) และจัตวา (ก๋า)
คำตาย ผันได้ ๔ เสียง คือ พื้นเสียงเป็นเสียงเอก (กะ) ผันด้วยไม้โทเป็นเสียงโท (ก้ะ) ผันด้วยไมตรีเป็นเสียง (ก๊ะ) และผันด้วยไม้จัตวาเป็นเสียงจัตวา (ก๋ะ ซึ่งไม่ค่อยจะมีใช้บ่อย)
ส่วนวิธีจำอักษรสูง ๑๑ ตัวนั้นก็ใช้วิธีท่องจำว่า “ไข่ขวดฉิ่งถุงฐาน ผึ้งฝาศาลฤาษีเสือหีบ” ซึ่งเป็นการเรียกชื่อตัวอักษรโดยตรง คือ ข ฃ ฉ ถ ฐ ผ ฝ ศ ษ ส ห
ตรงนี้ต้องเน้นเรื่องการผันวรรณยุกต์ให้ดีว่า
อักษรสูงนั้น คือ พยัญชนะที่มีพื้นเสียง (คือ มีเสียงพื้นๆ ในตัวที่ไม่มีวรรณยุกต์ใด) เป็นเสียงจัตวาอยู่แล้ว
ถ้าเป็นอักษรสูง คำเป็นก็จะผันได้ ๓ เสียงคือ
พื้นเสียงเป็นจัตวา (ขา) ผันด้วยไม้เอกเป็นเสียงเอก (ข่า) ผันด้วยไม้โทเป็นเสียงโท (ข้า) เท่านั้น
ถ้าเป็น คำตายผันได้เพียง ๒ เสียงเท่านั้นคือ พื้นเสียงเป็นเสียงเอกอยู่แล้ว คือ ขะ (ไม่ต้องใส่วรรณยุกต์เอกอีก) และผันด้วยไม้โทเป็นเสียงโท (ข้ะ) เท่านั้น
ส่วนอักษรต่ำมีตั้ง ๒๔ ตัว วิธีจำก็ไม่ต้องไปจำ! แต่ใช้วิธีคัดเอาอักษรสูงและอักษรกลางออกจะเหลือแต่อักษรต่ำ คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ
พวกอักษรต่ำนี้จะยุ่งในการผันอักษรมาก ก่อนอื่นให้จำเป็นสูตรตายตัวไว้ว่า อักษรต่ำ ไม่มีผันด้วยไม้ตรีเลย ไม่ว่ากรณีใดๆ (ส่วนวรรณยุกต์จัตวานั้น มีผันในคำตายได้ แต่ไม่ค่อยมีใช้ไม่จำก็ได้!! หรือจะจำแถมไปว่า ไม่ผันด้วยไม้จัตวาด้วยก็ได้)
การผันอักษรต่ำต้องแยกเป็น ๓ ประเภท คือ
(หนึ่ง) คำเป็น ผันได้ ๓ เสียง คือ พื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ (คา) ผันด้วยไม้เอกเป็นเสียงโท (ค่า เทียบกับ ข้า ก้า) และผันด้วยไม้โทเป็นเสียงตรี (ค้า เทียบเท่ากับ ก๊า)
(สอง) คำตาย ประสมสระเสียงสั้นผันได้ ๓ เสียง คือ พื้นเสียงเป็นเสียงตรี เช่น นะคะ ครับ แยะ งัด พัก ฯลฯ ผันด้วยไม้เอกเป็นเสียงโท เช่น ค่ะ (เทียบ ก้า จ้ะ) และผันด้วยไม้จัตวาเป็นเสียงจัตวา (ค๋ะ ซึ่งไม่ค่อยมีใช้ในภาษาน่าจะลืมไปได้)
(สาม) คำตาย ผสมด้วยสระเสียงยาว ผันได้ ๒ เสียงเช่นกัน คือ พื้นเสียงเป็นเสียงโท เช่น คาด (เทียบ ก้า จ้ะ) ผันด้วยไม้โทเป็นเสียงตรี ตัวอย่างที่เป็นคำไทยแท้นั้นมีน้อย แต่ใช้ในคำที่มาจากภาษาต่างประเทศมาก ซึ่งจะขออนุญาตค้นมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้ เท่าที่จะพอนึกได้ เช่น เค้ก โค้ก โค้ต เชิ้ต ซู้ด (เสียงอย่างคนซดน้ำร้อน) เท้ป โน้ต เป็นต้น คำเหล่านี้ถ้าเป็นคำทั่วไป ตามหลักการประสมอักษรคำทับศัพท์ก็ไม่ต้องลงรูปวรรณยุกต์ได้ แต่เกรงจะสับสนกับคำไทยที่เราเขียนรูปใกล้เคียงกันอยู่ก่อน จึงยอมให้ใช้รูปวรรณยุกต์กำกับ
นี่ยังไม่นับอักษรคู่ – อักษรเดี่ยว ซึ่งเป็นการแยกอักษรต่ำออกเป็น ๒ พวกอีกนะนี่ ถ้าคุยเรื่องนั้นอาจยาวและน่าเบื่อยิ่งขึ้นไปอีก แต่ความจริงถ้ารู้แล้วจะสะกดการันต์ลงวรรณยุกต์ได้ดีขึ้นมากๆ เชียวละ
คนสมัยใหม่ นอกจากหลักสูตรอนุญาตให้ทิ้งภาษาไทยที่ครูเคยสอนอย่างจุกจิกจู้จี้แบบคนโบราณพวกเราแล้ว บางคนยังไปเรียนเมืองนอกเมืองนามา เลยลำบากเรื่องวรรณยุกต์มากยิ่งขึ้น และก็น่าเห็นใจมากเหมือนกัน
ขณะนี้นอกจากในสื่อมวลชนอื่น เช่น ในหนังสือการ์ตูนแล้ว แหล่งแพร่การสะกดการันต์ผิดๆ ที่แพร่ได้เร็วมากคือในอินเทอร์เนตหรือในเว็บไซต์ต่างๆ
ถ้าคุณ “เต่าล้านปี (๒)” เกิดไปเป็นคนทันสมัยกับเขาลองเปิดดูแล้วอาจจะเป็นลมวันละร้อยหนก็เป็นได้ เพราะจะพบคำที่มีทั้งอักษรนำแล้วยังมีลงวรรณยุกต์ เช่น สยึ๋ม แหว๋ว หน่ะ แหน่ะ หล่ะ หรือพวกอักษร (ปัญญา) ต่ำ แต่ไม่มีอักษรนำ เช่น แว๋ว ญิ๋ง นู๋ มี๋ (แต่เขาอ่าน แหวว หญิง หนู หมี)
โชคดีของคนเล่นคอมพิวเตอร์ไม่เป็น (ฮา!)
ส่วนพวกด็อกเต้อร์นั้น ช่วยไม่ได้แล้ว ท่านภูมิปัญญาสูงเกินไป คนอย่างเราๆ จะไปขอร้องท่านได้อย่างไร เดี๋ยวท่านพูดภาษาไทยคำอังกฤษคำสลับกัน เราก็ฟังไม่รู้เรื่อง “เป็นโซ้ดบ้า น่าบัดสี” ดังในพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ไปเท่านั้น!
เพี้ยง! รัฐบาลงวดหน้าขอคนที่มาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการที่มีภูมิปัญญา เอ๊ย…ภูมิรู้ด้านบริหารการศึกษาที่มองทะลุปรุโปร่งในการบริหารและปฏิรูปบ้างเถิด สงสารภาษาไทยเหลือเกินแล้ว พระเจ้าข้า!

ที่มา  :  โดย  สุดสงวน  ใน สกุลไทย  http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?stauthorid=17&stcolcatid=12&stcolumnid=431&stissueid=2415   ปกิณกะ-สาระ-ครอบครัว   ฉบับที่ ๒๔๑๕  ปีที่ ๔๗ ประจำวันอังคารที่ ๓๐  มกราคม ๒๕๕๔

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: