วิดีโอ : วรรณกรรมการละคร : สะท้อนนัยสังคม : ดูละครย้อนวรรณกรรม

วีดีโอ  วรรณกรรมการละคร  :  สะท้อนนัยทางสังคม  :  ดูละครย้อนวรรณกรรม (๑)

วีดีโอ  วรรณกรรมการละคร  :  สะท้อนนัยทางสังคม  :  ดูละครย้อนวรรณกรรม  (๒)

วีดีโอ  วรรณกรรมไทยสู่การละคร  (๑)

วีดีโอ  วรรณกรรมไทยสู่การละคร  (๒)

วีดีโอ  วรรณกรรมไทยสู่การละคร  (๓)

วรรณกรรมการละคร

วรรณกรรมการละคร

ทุกวันนี้วรรณกรรมที่เขียนขึ้นถูกนำโครงเรื่องมาประพันธ์เป็นบทโทรทัศน์  นำไปสู่การแสดงละคร  เรียกว่า  “บทละครโทรทัศน์”   กว่าจะได้มาซึ่งวรรณกรรม  ผู้ถ่ายทอด  (ผู้เขียน : นักประพันธ์)  ได้ใช้ความรู้ความสามารถและจินตนาการของตนเองในการถ่ายทอดแล้ว  ยังถูกนำมาดัดแปลงเป็นบทละครโทรทัศน์  ดังนั้น  จึงต้องมีผู้แสดงละครที่แสดงละครได้สมจริงกับบทบาทที่ได้รับ   วันนี้เรียนภาษาไทยในคอมกับครูปิยะฤกษ์  ขอนำวีดีโอ  วรรณกรรมการละคร  :  สะท้อนนัยทางสังคมมาสู่กันชมครับ    ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับที่มาของวรรณกรรมไทย  ยุคของวรรณกรรมไทย  การเขียนวรรณกรรมไทย   และการแสดงละครโทรทัศน์

มารู้จักกับคำว่า “วรรณกรรม” และ “วรรณคดี”

วรรณกรรมและวรรณคดี

เรียนภาษาไทยในคอมกับครูปิยะฤกษ์ในวันนี้   เรามาทำความรู้จักกับ  “วรรณกรรม”  และ  “วรรณคดี”  กันนะครับ  ว่าคำสองคำนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

          วรรณกรรม  ความหมายตรงกับคำในภาษาอังกฤษ คือคำว่า Literature หมายถึง วรรณคดีหรือศิลปะ ที่เป็นผลงานอันเกิดจากการคิด และจินตนาการ แล้วเรียบเรียง นำมาบอกเล่า บันทึก ขับร้อง หรือสื่อออกมาด้วยกลวิธีต่าง  ๆ โดยทั่วไปแล้ว จะแบ่งวรรณกรรมเป็น ๒ ประเภท คือ วรรณกรรมลายลักษณ์ คือวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ และวรรณกรรมมุขปาฐะ อันได้แก่  วรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก ไม่ได้จดบันทึก

ด้วยเหตุนี้ วรรณกรรมจึงมีความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติ นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ขำขัน เรื่องสั้น นวนิยาย บทเพลง คำคม เป็นต้น

วรรณกรรม  เป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์คิดค้น และสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่าง ๆ ภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสาร  ได้แก่

ภาษาพูด โดยการใช้เสียง

ภาษาเขียน โดยการใช้ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ และภาพ

ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาท่าทาง หรือประกอบวัสดุอย่างอื่น

ความงามหรือศิลปะในการใช้ภาษาขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจน และ เหมาะสมกับเวลา โอกาส และบุคคล นอกจากนี้ ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม ไพเราะ หรือสวยงามได้ นอกจากนี้ ยังมีการบัญญัติคำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะสม แสดงให้เห็นวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการใช้ภาษาที่ควรดำรงและยึดถือต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า นักเขียน นักประพันธ์ หรือ กวี (Writer or Poet)

วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ ๒ ชนิด คือ

๑.   ร้อยแก้ว เป็นข้อความเรียงที่แสดงเนื้อหา เรื่องราวต่าง ๆ

๒.    ร้อยกรอง เป็นข้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส คล้องจอง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบ คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย

            วรรณคดี หมายถึง  วรรณกรรมหรืองานเขียนที่ยกย่องกันว่าดี มีสาระ และมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ การใช้คำว่าวรรณคดีเพื่อประเมินค่าของวรรณกรรมเกิดขึ้นในพระราชกฤษฎีกาตั้งวรรณคดีสโมสรในสมัยรัชกาลที่ ๖

วรรณคดี เป็นวรรณกรรมที่ถูกยกย่องว่าเขียนดี มีคุณค่า สามารถทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์สะเทือนใจ มีความคิดเป็นแบบแผน ใช้ภาษาที่ไพเราะ เหมาะแก่การให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะ สามารถ ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร

วรรณคดีแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท

๑.    วรรณคดีมุขปาฐะ

คือ วรรณคดี แบบที่เล่ากันมาปากต่อปาก ไม่ได้บันทึกไว้ เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น เพลงพื้นบ้าน นิทานชาวบ้าน บทร้องเล่น

๒.     วรรณคดีราชสำนัก หรือ วรรรคดีลายลักษณ์   เช่น ไตรภูมิพระร่วง พระอภัยมณี อิเหนา ลิลิตตะเลงพ่าย

งานเขียนในสมัยใดสมัยหนึ่ง งานประพันธ์ที่ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์ และผู้อ่านทั่วไป สำหรับในภาษาไทย วรรณคดี ปรากฏครั้งแรกในหนังสือพระราชกฤษฎีกาตั้งวรรณคดีสโมสร วันที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยมีความหมายคือ หนังสือที่ได้รับยกย่องว่าแต่งดี นั้นคือมีการใช้ภาษาอย่างดี มีศิลปะการแต่งที่ยอดเยี่ยมทั้งด้านศิลปะการใช้คำ ศิลปะการใช้โวหารและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ และภาษานั้นให้ความหมายชัดเจน ทำให้เกิดการโน้มน้าวอารมณ์ผู้อ่านให้คล้องตามไปด้วย กล่าวง่าย ๆ คือ เมื่อผู้อ่าน ๆ แล้วทำให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้ง ตื่นเต้นดื่มด่ำ หนังสือเล่มใดอ่านแล้วมีอารมณ์เฉย ๆ ไม่ซาบซึ้งตรึงใจและทำให้น่าเบื่อถือว่าไม่ใช่วรรณคดี หนังสือที่ทำให้เกิดความรู้สึกดื่มด่ำดังกล่าวนี้จะต้องเป็นความรู้สึกฝ่ายสูง คือทำให้เกิดอารมณ์ความนึกคิดในทางที่ดีงาม ไม่ชักจูงในทางที่ไม่ดี

การศึกษาวรรณคดีโดยวิเคราะห์ตามประเภท สามารถแบ่งได้เป็นประเภทต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้

วรรณคดีคำสอน

วรรณคดีศาสนา

วรรณคดีนิทาน

วรรณคดีลิลิต

วรรณคดีนิราศ

วรรณคดีเสภา

วรรณคดีบทละคร

วรรณคดีเพลงยาว

วรรณคดีคำฉันท์

วรรณคดียอพระเกียรติ

วรรณคดีคำหลวง

วรรณคดีปลุกใจ