จักรยาน หมายถึง

จักรยาน หมายถึง

          จักรยานเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่ง ปรกติมี ๒ ล้อ ถ้ามี ๓ ล้อ ก็เรียกว่า จักรยานสามล้อ  ถ้ามีเครื่องยนต์ก็เรียกว่า จักรยานยนต์. คำว่า จักร หมายถึง ล้อ คำว่า ยาน หมายถึง พาหนะ เช่นที่ใช้ว่า ยวดยาน. คำว่า จักรยานจึงแปลตรง ๆ ว่า พาหนะที่มีล้อ เริ่มใช้เรียกยานพาหนะที่มี ๒ ล้อ และเคลื่อนที่ไปด้วยแรงคนถีบให้ล้อหมุน

          รถจักรยานเข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ ๕  เพราะมีการฝึกหัดขี่จักรยาน มีการประกวดแฟนซีขี่จักรยาน และมีการตั้งสโมสรผู้ขี่จักรยาน

          คำว่า จักรยาน มีใช้ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว ดังปรากฏในสรรพพจนานุโยค (อ่านว่า สับ-พะ -พด-จะ -นา-นุ-โยก) ของ แซมมวล สมิท ซึ่งพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๒ ให้นิยามคำ bicycle ว่า “รถถีบด้วยเท้าให้เดิน มีล้อใหญ่ข้างหน้า ล้อเล็กข้างหลัง รถไบไศรเก็ล (อ่านว่า ไบ-ไซ-เกล) รถจักรยานเช่นนี้ถีบเดินเร็วนัก” 

          อย่างไรก็ตาม จมื่นอมรดรุณารักษ์ (แจ่ม สุนทรเวช) อดีตมหาดเล็กของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้บันทึกไว้ว่า ผู้คิดคำว่า จักรยานคือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งคงจะทรงคิดขึ้นตั้งแต่เมื่อครั้งยังไม่เสด็จขึ้นครองราชย์

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๑๘ พฤศจิกายน  ๒๕๕๔).

          จักรยาน.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=4566

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ย้ายครูคืนถิ่น : โครงการรัฐบาล ความหวังของครูไทย

ย้ายครูคืนถิ่น  :  โครงการรัฐบาล ความหวังของครูไทย

ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๓๒๘/๒๕๕๔
          เปิดโครงการ “ครูคืนถิ่น”

          นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการ  “ครูคืนถิ่น”  เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๔ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นการถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัดเข้าร่วมงานกว่า ๕๕๐ คน

          รมว.ศธ.กล่าวตอนหนึ่งว่า ครูเป็นหนึ่งในอาชีพที่เสียสละในการทำงานอย่างหนัก โดยทำหน้าที่ดูแลเด็กตัวน้อย ๆ ที่อาศัยครูเป็นเรือจ้าง ส่งให้ลูกศิษย์ไปสู่ความสำเร็จทางการศึกษาด้วยความภาคภูมิใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นคือ ครูที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งในต่างถิ่น ต้องจากญาติพี่น้อง พ่อแม่ หรือแยกกันอยู่กันคนละที่คนละทาง บางคนจากบ้านไปทำงานนานกว่า ๓๐ ปีโดยไม่ได้ย้ายกลับ บางคนต้องเดินทางไปกลับทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ บางคนวิ่งเต้นขอย้ายกลับ เสียเงินทองนานานัปการ สิ่งเหล่านี้เป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจครูและครอบครัวครูที่ต้องห่างไกลจากบ้านเกิด ซึ่งส่งผลถึงประสิทธิภาพการสอนด้วย

              รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เล็งเห็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น จึงต้องการคืนความสุขให้คุณครูทุกคน เพื่อให้ครูที่รอคอยที่จะย้ายกลับบ้านเป็นเวลานานถึง ๑๐, ๒๐ หรือ ๓๐ ปีจนเกือบจะเกษียณอายุราชการ ได้ย้ายกลับสู่บ้านเกิด ได้ย้ายไปอยู่กับลูก ครอบครัว พ่อแม่ และเพื่อที่จะได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้สามารถทำงานได้เต็มตามศักยภาพ ประกอบกับกระทรวงศึกษาธิการจะปรับหลักสูตรที่ช่วยเติมเต็มศักยภาพของแต่ละพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ ศธ.จะจัดอัตรากำลังคนทั้งประเทศใหม่อีกครั้ง จึงเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดปัญหาการขาดครู หรือการกระจุกตัวในบางพื้นที่ เนื่องจากเรามีโครงการอื่น ๆ รองรับ เช่น โครงการครูคลังสมอง ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพทางการเรียนการสอนมากขึ้นด้วย

          โครงการครูคืนถิ่น เป็นโครงการที่ดำเนินการได้ยากมาก เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ทุกสังกัดของ ศธ. ยื่นเรื่องขอย้ายคืนถิ่น ซึ่งคาดว่าจะมีครูยื่นความประสงค์มากกว่า ๑๒๖,๐๐๐ คน จึงเป็นโครงการที่หมุนเวียนครูครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา ครูทั่วประเทศต่างรอโครงการนี้อย่างใจจดใจจ่อ ตนในฐานะรัฐมนตรีที่ผลักดันโครงการนี้ จะดูแลหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ครูได้ย้ายกลับบ้าน กลับไปยังถิ่นของพ่อแม่ ลูก ๆ หรือคนที่รัก ซึ่งโครงการนี้เกี่ยวข้องกับครอบครัวครูนับแสนครอบครัว และยังมีอีกกว่าล้านชีวิตที่เกี่ยวพันกับโครงการนี้  จึงยืนยันจะทำโครงการนี้ให้ดีที่สุด

          อนึ่ง โครงการครูคืนถิ่น ถือเป็นนโยบายของ รมว.ศธ.ที่มีวัตถุประสงค์ต้องการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ กลับภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของตนเอง หรือของคู่สมรส หรือของบิดามารดา ซึ่งจะช่วยให้ครูประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน และช่วยให้ครูได้พัฒนางานหรือการเรียนการสอนเต็มศักยภาพโดยปราศจากความกังวล ในเรื่องถิ่นที่อยู่ ทั้งยังช่วยพัฒนาบ้านเกิดหรือถิ่นที่อยู่ สนองความต้องการของท้องถิ่นและชุมชนได้อีกด้วย โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ใช้สำหรับข้าราชการครูสายงานการสอนและบุคลากรทางการ ศึกษาอื่น ตามมาตรา ๓๘ (ค.) ซึ่งสามารถยื่นคำร้องขอย้ายได้ครั้งเดียวเท่านั้น ในระหว่างวันที่ ๑-๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ และการพิจารณาผลการย้ายจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดภาคเรียนแรกของปีการ ศึกษา ๒๕๕๕

สำหรับข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติราชการนอกภูมิลำเนาในขณะนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๒๖,๘๙๗ คน แยกเป็นภาคเหนือ ๑๑,๒๙๓ คน ภาคกลาง ๔๘,๓๒๗ คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๔๙,๔๙๖ คน และภาคใต้ ๑๗,๗๘๑ คน

การย้ายตามโครงการครูคืนถิ่น หมายถึง การย้ายเพื่อกลับภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของตนเอง หรือกลับภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของคู่สมรสหรือกลับภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของบิดามารดา หรือบิดา หรือมารดาของตนเอง

คุณสมบัติผู้ขอย้ายโครงการย้ายครูคืนถิ่น

          เป็นข้าราชการครูสายงานการสอนและบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ (ค.) ในสถานศึกษา หรือหน่วยงานการศึกษา ที่มิใช่ภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ของตนเอง หรือมิใช่ภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ของคู่สมรส หรือมิใช่ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของบิดา มารดา หรือบิดา หรือมารดาของตนเองติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

หลักเกณฑ์การย้ายโครงการย้ายครูคืนถิ่น   

พิจารณาจากองค์ประกอบดังนี้

          ๑) ระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา/หน่วยงานการศึกษาที่มิใช่ภูมิลำเนา

          ๒) ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ คุณวุฒิหรือวิชาเอก ตามที่หน่วยงานการศึกษาต้องการ

          ๓) ความอาวุโสตามหลักราชการ โดยให้คำนึงถึงสภาพความยากลำบากในการปฏิบัติงาน ระยะทางระหว่างสถานศึกษา/หน่วยงานการศึกษาที่ดำรงตำแหน่งอยู่กับสถาน ศึกษา/หน่วยงานการศึกษาที่จะไปดำรงตำแหน่งผลการปฏิบัติงาน การรักษาวินัย จรรยาบรรณ และเหตุผลความจำเป็น

          ๔) สถานศึกษา/หน่วยงานการศึกษาที่รับย้ายต้องมีอัตรากำลังไม่เกินเกณฑ์ หรือไม่เกินกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ.กำหนด

วิธีการยื่นคำร้องโครงการย้ายครูคืนถิ่น

          ๑)  ให้ยื่นคำร้องตามแบบที่ ก.ค.ศ.กำหนด ถึงสถานศึกษาระหว่างวันที่ ๑-๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

          ๒)  ให้สถานศึกษาส่งคำร้องขอย้าย พร้อมความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๕

          ๓)  ให้ สพท.นำข้อมูลการขอย้าย พร้อมความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาดังกล่าว เสนอคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา หากเห็นชอบให้ สพท.ส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๕

          ๔) สพฐ.พิจารณาดำเนินการประมวลผลข้อมูลครูที่ขอย้าย อัตรากำลังของสถานศึกษา/หน่วยงานการศึกษาทั้งต้นทางและปลายทางในภาพรวมของจังหวัดหรืออำเภอ พร้อมทั้งสังเคราะห์และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของจำนวนข้าราชการครูฯ ที่จะได้ย้ายไปตามโครงการครูคืนถิ่น เพื่อนำเสนอ ศธ.

สำหรับส่วนราชการอื่น ๆ  ให้นำคำร้องขอย้ายพร้อมความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาเสนอ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง หากเห็นชอบ ก็ให้ส่วนราชการนั้นๆ ดำเนินการประมวลผลข้อมูลเพื่อนำเสนอ ศธ.ต่อไป

  (ที่มา  :  ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี.  กระทรวงศึกษาธิการ.  บัลลังก์ โรหิตเสถียร
:  บรรณาธิการข่าว.   เข้าถึงได้จาก  :  http://www.moe.go.th/websm/2011/dec/328.html)

          ศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการ ก.ค.ศ.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล) ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. มีความห่วงใยในความเป็นอยู่ ขวัญกำลังใจของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความปรารถนาให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญกำลังใจในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็นว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้ อยู่รวมกับครอบครัว หรือไม่ได้ทำงานอยู่ในภูมิลำเนาของตนเองทำให้ต้องใช้เวลาในการเดินทางไปมาหา สู่กันระหว่างครอบครัวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้แต่ละปีจะมีครูยื่นคำขอย้ายกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก แต่สามารถย้ายได้จำนวนน้อย

          ดังนั้น ในการประชุม ก.ค.ศ. เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๔ จึงได้มีนโยบายให้จัดทำโครงการครูคืนถิ่นเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษาได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ในภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของตนเอง หรือถิ่นที่อยู่ของคู่สมรส หรือถิ่นที่อยู่ของบิดามารดา เพื่อเสริมสร้างความอบอุ่นของครอบครัวและที่สำคัญเพื่อให้ครูได้พัฒนาการ เรียนการสอนอย่างเต็มที่ รวมทั้งเป็นการพัฒนาท้องถิ่น ชุมชน อันเป็นบ้านเกิดหรือถิ่นที่อยู่อีกด้วยจึงได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปดำเนินการยกร่างองค์ประกอบในการย้ายครูคืนถิ่นขึ้น โดยมี รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ เป็นประธาน และที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบกรอบแนวทางการย้ายครูคืนถิ่นแล้ว สรุปได้ดังนี้

          ๑.  ใช้สำหรับข้าราชการครูสายงานการสอนและบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา ๓๘  ค. (๒)
          ๒.  ใช้เพียง ๑ ครั้ง เฉพาะปี พ.ศ.๒๕๕๔ โดยให้ยื่นคำร้องขอย้ายผ่านต้นสังกัด ตั้งแต่วันที่ ๑-๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ เท่านั้น
          ๓.  ให้ส่วนราชการพิจารณากลั่นกรองคำร้องขอย้าย ตามองค์ประกอบที่ ก.ค.ศ.กำหนด
          ๔.  ให้ส่วนราชการนำผลการกลั่นกรองให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาหรือ อ.ก.ค.ศ.ที่ ก.ค.ศ.ตั้งเป็นผู้พิจารณา
          ๕.  การพิจารณาคำร้องขอย้าย ต้องให้แล้วเสร็จก่อนการเปิดภาคเรียนแรกของปีการศึกษา ๒๕๕๕ เพื่อให้ครูที่ขอย้ายไปปฏิบัติงานในภาคเรียนที่ ๑ ของปีการศึกษา ๒๕๕๕

          ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะจัดกิจกรรมเปิดตัวโครงการย้ายครูคืนถิ่น ในวันพุธที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ระหว่างเวลา  ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ขอให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่านติดตามรายละเอียดได้ตามวันและเวลาดังกล่าว

          (ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน)

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มย้ายครูคืนถิ่น

ไศล หมายถึง

ไศล หมายถึง

           คำว่า ไศล (อ่านว่า สะ-ไหฺล) แปลว่า หิน เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤต. คำนี้เขียนอย่างเดียวกันทั้งในภาษาสันสกฤตและในภาษาไทย คือมี ไ อยู่หน้า ศ และ ล. ภาษาสันสกฤตออกเสียงเรียงตามพยางค์ แต่ในภาษาไทยนิยมอ่านให้เป็นอักษรนำ คือ ศอ นำ ลอ.  มีคำอีกคำหนึ่งที่เขียนคล้ายกัน คือ คำว่า ไผท (อ่านว่า ผะ-ไท) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษาเขมร เขียน ไ อยู่หน้า ผ และ ท และอ่านแบบอักษรนำ แต่เนื่องจาก ท ไม่ใช่อักษรต่ำเดี่ยว ผ นำเสียงวรรณยุกต์ของ ท ทหาร ไม่ได้ จึงอ่านว่า [ผะ-ไท]

 

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๑๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒). 

          ไศล.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=2831

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๑๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๒

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

 

 

วสันตฤดู หมายถึง

วสันตฤดู หมายถึง

          การแบ่งฤดูในปีหนึ่ง ๆ ของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันไปตามลักษณะภูมิอากาศ อาจแบ่งเป็น ๒ ฤดู ๓ ฤดู ๔ ฤดู หรือ ๖ ฤดู ก็ได้

          ประเทศไทยแบ่งฤดูออกเป็น ๓ ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว หากจะเรียกชื่อฤดูเหล่านี้ด้วยคำบาลีสันสกฤต ก็จะเรียกได้ว่า คิมหันตฤดู (อ่านว่า คิม-หัน-ตะ-รึ-ดู) คือ ฤดูร้อนเหมันตฤดู (อ่านว่า เห-มัน-ตะ-รึ-ดู) คือ ฤดูหนาว. ส่วนฤดูฝน มีผู้เรียกว่า วสันตฤดู (อ่านว่า วะ-สัน-ตะ-รึ-ดู) ซึ่งไม่ถูกต้องตามรูปศัพท์. เพราะ วสันตฤดู แปลว่า ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งไม่มีในประเทศไทย แต่เป็นฤดูของประเทศอินเดียทางภาคเหนือซึ่งแบ่งออกเป็น ๖ ฤดู

         ชื่อ ฤดูฝน ในภาษาบาลีใช้ว่า วัสสาน (อ่านว่า วัด-สา-นะ) ดังนั้นถ้าจะเรียกฤดูฝนให้ถูกตามรูปศัพท์ ต้องใช้ว่า วัสสานฤดู (อ่านว่า วัด-สา-นะ-รึ-ดู).

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๙  พฤษภาคม  ๒๕๕๑). 

          วสันตฤดู-วัสสานฤดู.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=2305

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๙  พฤษภาคม  ๒๕๕๑

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำว่า ศูนย์ สถาบัน ใช้อย่างไร

คำว่า ศูนย์ สถาบัน ใช้อย่างไร

          คำว่า ศูนย์ และ สถาบัน ในปัจจุบันนิยมใช้ในความหมายว่า หน่วยงานหรือสถานที่ที่มีความชำนาญ และรับผิดชอบกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทั้งสองคำนี้มีความหมายต่างกัน

          คำว่า ศูนย์ หมายถึง แหล่งหรือสถานที่ที่มีความชำนาญด้านใดด้านหนึ่งและเน้นการให้บริการด้านนั้น เช่น ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย. ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง. ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ. ศูนย์ประสานงานป้องกันควบคุมโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง.

          ส่วนคำว่า สถาบัน หมายถึง แหล่งหรือหน่วยงานที่ทำวิจัย หรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับการศึกษาและสร้างองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ เช่น สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส). สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร. สถาบันไทยคดีศึกษา. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ.

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๙  ตุลาคม  ๒๕๕๑). 

          ศูนย์-สถาบัน.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=2596

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๙  ตุลาคม  ๒๕๕๑

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

พระราชเสาวนีย์ หมายถึง

พระราชเสาวนีย์  หมายถึง

เสาวนีย์  หมายถึง  คําสั่งของพระราชินี  โดยใช้ว่า พระราชเสาวนีย์ 

      คำว่า  เสาวนีย์ นี้มาจากภาษาบาลี จากคำว่า  สวนีย

 

อ้างอิง

   พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ.  ๒๕๔๒

เฉาก๊วย คือ

เฉาก๊วย คือ

          เฉาก๊วย เป็นคำยืมมาจากภาษาจีนแต้จิ๋วว่า เฉาก้วย แปลว่า ขนมหญ้า เพราะทำจากพืชชนิดหนึ่งอยู่ในตระกูลโหระพา เมื่อแห้งแล้วมีลักษณะคล้ายหญ้า.

          ขนมเฉาก๊วย ได้จากการนำต้นเฉาก๊วยแห้งมาต้ม จะได้น้ำลักษณะเป็นเมือกสีดำ กรองแล้วผสมแป้งเช่นแป้งเท้ายายม่อม แป้งมันสำปะหลัง ตั้งทิ้งไว้จนเย็นจะมีลักษณะคล้ายวุ้น สีดำ มีกลิ่นหอม กินกับน้ำตาลทรายแดงหรือน้ำเชื่อมใส่น้ำแข็ง. เฉาก๊วยนอกจากรสชาติดีแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยา ช่วยขับเสมหะ แก้คลื่นไส้ เบื่ออาหาร และแก้อาการปวดท้อง เนื่องจากขนมเฉาก๊วยมีสีดำ ภาษาไทยจึงใช้เฉาก๊วยเป็นคำเปรียบเรียกคนที่มีผิวเข้ม เช่น ผิวเฉาก๊วยอย่างเธอ เวลาออกทีวีจะขึ้นกล้องมาก.

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๑๒ พฤศภาคม  ๒๕๕๓). 

          เฉาก๊วย.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=3611

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศภาคม  ๒๕๕๓

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 120 other followers