มาท่องโลกอาเซียนกันเถอะ

มาท่องโลกอาเซียนกันเถอะ

ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=IbWLmDTLWSs

ที่มาของคำว่า สวัสดี

ที่มาของคำว่า สวัสดี

สวัสดี มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า สฺวสฺติ (อ่านว่า ซะ -วัส-สฺติ) แปลตามรากศัพท์ว่า การเป็นหรือดำรงอยู่ในภาวะที่ดี หมายถึง ความโชคดี ความสำเร็จ ความมั่งคั่งร่ำรวย ความสุข. คนอินเดียโบราณเชื่อว่า สวัสดี เป็นเทพีแห่งความสุข ความโชคดี และความสำเร็จ. ในภาษาไทย สวัสดี หมายถึง ความรุ่งเรือง ความปลอดภัย มักใช้คู่กับความสุข เป็น ความสุขสวัสดี. คำว่า สวัสดีเป็น คำที่ใช้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย พบคำนี้ในจารึกปู่ขุนจิดขุนจอด ในจารึกวัดพระเสด็จ และในไตรภูมิพระร่วง กล่าวให้พรผู้รักษาเบญจศีลว่า “…ให้จำเริญสวัสดีทุก ๆ ชาติแล”. คำว่า สวัสดี ที่ใช้มาแต่เดิม ไม่ใช่คำทักทาย ผู้ที่เริ่มให้ใช้คำว่า สวัสดี เป็นคำทักทายเมื่อพบหน้ากันและจากกันคือ พระยาอุปกิตศิลปสาร โดยได้เริ่มใช้ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๗๖ ในหมู่อาจารย์และนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศให้ใช้กันทั่วไปใน พ.ศ. ๒๔๘๖

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๓ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๕). 

          สวัสดี.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=4687

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

 

 

 

แกล้งดิน หมายถึง

แกล้งดิน หมายถึง

แกล้งดิน

           แกล้งดิน หมายถึงกระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวตามแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวพระราชทาน เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๗ ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

          สภาพดินเปรี้ยวมักพบในพื้นที่พรุของทางภาคใต้ซึ่งมีฤดูแล้ง ๔ เดือน ฤดูฝน ๘ เดือน. วิธีแกล้งดินที่เปรี้ยว คือทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันเร็วขึ้น โดยใช้วิธีปล่อยให้ดินแห้ง ๑ เดือน และขังน้ำให้ดินเปียกนาน ๒ เดือน ปีหนึ่งดินจะแห้งและเปียกสลับกัน ๔ รอบ เหมือนมีฤดูแล้งสลับฤดูฝนปีละ ๔ ครั้ง จนดินมีสภาพเปรี้ยวรุนแรงเพราะเป็นกรดจัด. แล้วแก้ความเป็นกรดของดินโดยเติมปูนขาวหรือด่าง ร่วมกับการใช้ระบบชลประทานควบคุมระดับน้ำใต้ดินและนำน้ำมาเจือจางดิน เปรี้ยว. การศึกษาวิจัยและปรับปรุงดินโดยวิธีการแกล้งดินประสบผลเป็นอย่างดี สามารถแก้ปัญหาดินเปรี้ยวในพื้นที่พรุของภาคใต้และสภาพดินเปรี้ยวในจังหวัด อื่น เช่นในจังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทราเป็นต้น ให้เพาะปลูกได้

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๒๒ มกราคม  ๒๕๕๕). 

          แกล้งดิน.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=4675

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

การใช้คำว่า ภัย : ตัวอย่างการใช้

การใช้คำว่า ภัย :  ตัวอย่างการใช้

ภัย

          ภัย มาจากคำภาษาบาลีสันสกฤตว่า ภย (อ่านว่า พะ -ยะ) แปลว่า ความกลัว, สิ่งที่น่ากลัว, สิ่งที่ทำให้กลัว. ในภาษาไทยใช้หมายถึง สิ่งที่ทำให้คนได้รับความเดือดร้อน อันตราย หรือบาดเจ็บล้มตาย เช่น โรคภัย คือภัยที่เกิดจากโรคร้าย. อัคคีภัย คือภัยที่เกิดจากไฟไหม้. อุทกภัย คือภัยที่เกิดจากน้ำท่วม. ภัยทำให้ผู้คนประสบความทุกข์ยาก ลำบาก หรือสิ้นชีวิต. มักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดมาก่อน. ในประเทศไทย เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม จนถึงมกราคม อากาศจะหนาวเย็นมาก โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสาน อากาศหนาวเช่นนี้เกิดขึ้นทุกปีเป็นสภาวะของอากาศประจำท้องถิ่นในฤดูหนาว ไม่ใช่ภัยอันตราย เพราะเป็นสภาพอากาศปรกติที่เกิดอยู่ประจำ อากาศหนาวในประเทศไทยเป็นสิ่งปรกติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นประจำทุกปี จึงไม่ควรเรียกว่า ภัยหนาว

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๒๔  มกราคม  ๒๕๕๕). 

          ภัย.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=4677

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๒๔  มกราคม  ๒๕๕๕

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

คำขวัญวันครู ประจำปี 2555

คำขวัญวันครู ประจำปี 2555  

จากการประกวดคำขวัญวันครู  2555  ของคุรุสภา  ได้แก่

“บูชาครูแห่งแผ่นดิน จอมปราชญ์ศาสตร์ศิลป์ สยามินทร์ภูมิพล”

ของนางสาวขนิษฐา อุตรโส จากจังหวัดนครปฐม

การจัดงานวันครู มีครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499

คำขวัญวันครูนั้นเดิมเป็นคำขวัญจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา  ต่อมาก็เป็นคำขวัญของบุคคลทั่วไปที่ส่งเข้าร่วมประกวด 

 รวมคำขวัญวันครูจากอดีตถึงปัจจุบัน

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2522   การให้การศึกษาแก่คนในชาติ เป็นกระบวนการที่ต้องทำต่อเนื่องกันไปตลอดชีวิต ดังนั้นจึงต้องระดมสรรพกำลังหลาย ๆ ด้านมาช่วยเหลือการศึกษา ปัจจัยที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ ครูซึ่งจะเป็นผู้ผลักดันให้ทุกอย่างไปสู่เป้าหมายได้ ฉะนั้นท่านทั้งหลายคงตระหนักถึงหน้าที่อันมีเกียรตินี้ ในโอกาสที่วันสำคัญอย่างยิ่งของครูได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ข้าพเจ้าในนามของกระทรวงศึกษาธิการและประธานอำนวยการคุรุสภา ขอส่งความปรารถนาดีและความระลึกถึงเพื่อนครูทุกท่าน ทั้งนอกและในราชการขอจงประสบแต่ความสุขความเจริญโดยทั่วกันและขอได้โปรด ตระหนักถึงหน้าที่ยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีของครูที่ดีสืบไป  (นายแพทย์บุญสม มาร์ติน)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2523   เป็นครูต้องยึดถือคุณธรรมของครู  (ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2524  ครูที่แท้ต้องทำแต่ความดี ประพฤติปฏิบัติในระเบียบแบบแผนอันสมควรกับเกียรติภูมิของตน มีความรักในลูกศิษย์และอบรมปัญญาให้ลูกศิษย์มีความสมบูรณ์ทั้งทางด้านวิชาการ ความฉลาดรอบรู้ในเหตุและผล ทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และทางด้านพลานามัย  (ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2525  ครูนั้น สังคมยกย่องนับถือว่าเป็นปูชนียบุคคล ทั้งนี้เพราะว่าครูเป็นผู้เสียสละ ยึดมั่นในคุณงามความดี และความถูกต้อง จึงขอให้รักษาความดีนี้ตลอดไป (ดร.เกษม ศิริสัมพันธ)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2526   อนาคตของเด็กไทย อยู่ที่ความเอาใจใส่ของครูทุกคน (ดร.เกษม ศิริสัมพันธ์)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2527   ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2527 ผมขอให้เพื่อนครูที่รักทั้งหลายและสมาชิกคุรุสภาทุกท่าน ประสบความสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล สัมฤทธิ์ผลอันพึงปรารถนาตลอด (นายชวน หลีกภัย)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2528  การที่บุคคลหนึ่งจะดำรงชีวิตได้อย่างดีนั้นมิใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะผู้เป็นครูมีแนวปฏิบัติที่ยากยิ่ง เป็นสิ่งน่าเห็นใจที่ครูจะต้องปฏิบัติโดยยึดถือความดีมีคุณธรรมระดับสูงกว่าบุคคลทั่วไป แต่ก็น่าภาคภูมิใจเมื่อครูผู้ปฏิบัตินั้น ได้รับความเชื่อถือ ศรัทธา และยอมรับจากสังคมมากขึ้น จึงขอให้เพื่อนครู ทุกท่านปฏิบัติตนด้วยความเสียสละ อดทน ยึดถือความดี มีคุณธรรมเพื่อจะบังเกิด ผลดีแก่ตนเอง ชุมชน และประเทศชาติสืบไป (นายชวน หลีกภัย)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2529    ครูคือผู้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณค่าต่อการพัฒนาชาติให้ก้าวหน้า และอยู่รอดปลอดภัย (นายชวน หลีกภัย)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2530    ครูดีมีวินัย และคุณธรรม ย่อมน้อมให้เยาวชนเป็นพลเมืองดี (นายมารุต บุญนาค)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2531   ครูเป็นผู้สร้าง ครูเป็นผู้ให้ความหวัง ครูเป็นพลังให้ศิษย์เป็นคนดี (นายมารุต บุญนาค)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2532  ครูดี มีจรรยา มุ่งค้นคว้าเพื่อพัฒนาเด็กไทย (พลเอกมานะ รัตนโกเศศ)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2533   ครูคือผู้อุทิศทั้งชีวิตและจิตใจ ส่งเสริมเพิ่มพูนให้เยาวชนเป็นคนดี (พลเอกมานะ รัตนโกเศศ)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2534   ครูคือผู้สร้างสรรค์ให้เยาวชนของชาติเป็นพลเมืองดี (พลเอกมานะ รัตนโกเศศ)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2535  ครูคือ ผู้ให้ ผู้สร้าง ผู้พัฒนา และผู้นำเยาวชนของชาติ (ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2536   ครูคือนักพัฒนา และรักษาสิ่งแวดล้อม (นายสัมพันธ์ ทองสมัคร)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2537   ครูคือ ผู้มีคุณธรรม ชี้นำประชาธิปไตย สร้างเด็กไทยให้เป็นคนดี (นายสัมพันธ์ ทองสมัคร)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2538  อุทิศเวลา รักษาคุณธรรม ชี้นำประชาธิปไตย สร้างเด็กไทยให้เป็นคนดี (นายสัมพันธ์ ทองสมัคร)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2539  ครู เป็นหัวใจของการพัฒนาคน (นายสุขวิช รังสิตพล)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2540  ครูสร้างศิษย์ ด้วยมิตรและนำใจ ครูคือผู้ให้ เพื่อเยาวชนไทยได้พัฒนา (นายสุขวิช รังสิตพล)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2541 ครูเป็นผู้นำทางปัญญา ชี้นำประชาธิปไตย สร้างเด็กไทยให้เป็นคนดี (นายชุมพล ศิลปอาชา)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2542  ครูเป็นผู้เบิกทางแห่งปัญญา เจ้าของคำขวัญ นายปัญจะ เกสรทอง ครูชี้ทางสร้างสรรค์ภูมิปัญญา ชนเชิดบูชาพระคุณครู (นางเซียมเกียว แซ่เล้า)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2543  ครูต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครู และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เจ้าของคำขวัญ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สร้างชาติ สร้างคน ผลงานของครู ทั่วโลกรับรู้ เชิดชูบูชา (นายประจักษ์ เสตเตมิ)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2544  พระคุณครูยิ่งใหญ่ สร้างไทยให้พัฒนา ขอบูชาคุณครู (นางสาวสุทิสา ธนบดีไพบูลย์)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2545  สร้างคนสร้างชาติ สร้างศาสตร์ก้าวหน้า สร้างภูมิปัญญา ขอบูชาครู  (นายสุเทพ วิเศษศักดิ์ศรี)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2546   ครูให้ความรู้ ควบคู่จรรยา ปวงชนทั่วหล้า น้อมบูชาครู (นางสมปอง สายจันทร์)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2547  ครูคือพลังสร้างแผ่นดิน ไทยทุกถิ่นน้อมบูชาพระคุณครู  (นางสาวพรทิพย์ ศุภกา)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2548   ครูสร้างคนสร้างชาติด้วยศาสตร์ศิลป์ ทั่วแผ่นดินศรัทธาบูชาครู (นายประจักษ์ หัวใจเพชร)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2549  ครูดีเป็นศรีแผ่นดิน ศิษย์ทั่วถิ่นศรัทธาบูชาครู (นางพรรณา คงสง)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2550   สิบหกมกรา เทิดทูน พ่อแผ่นดิน ภูมินทร์บรมครู (นางสาวศันสนีย์ แสนโรจน์)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2551  ครูของแผ่นดินเลิศศิลป์ศาสตร์ มหาราชภูมิพลฯ ชนบูชา (นางพงษ์จันทร์ สุขเกษม)

คำขวัญวันครู พ.ศ.2552  ครูสร้างคนดี เป็นศรีแผ่นดิน ทั่วถิ่นศรัทธา บูชาคุณครู (นางนฤมล จันทะรัตน์)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2553  น้อมจิตวันทา บูชาคุณครู กตัญญูกตเวที (นายกันทา วงศ์จันทร์ทิพย์)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2554   เทิดพระเกียรติทั่วหล้า บูชาครูของแผ่นดิน ภูมินทร์ภูมิพล (นางกนกอร ภูนาสูง)

คำขวัญวันครู พ.ศ. 2555   บูชาครูแห่งแผ่นดิน จอมปราชญ์ศาสตร์ศิลป์ สยามินทร์ ภูมิพล (นางสาวขนิษฐา อุตรโส)

สารวันครู ประจำปี 2555

ดาวน์โหลดสารวันครู 2555 (สารนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสจัดงานวันครู พ.ศ. ๒๕๕๕ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕)

ดาวน์โหลดสารวันครู 2555 (สารนายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในโอกาสจัดงานวันครู พ.ศ. ๒๕๕๕ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕)

ดาวน์โหลดสารวันครู 2555 (สารวันครู  จากประธานกรรมการคุรุสภา  เนื่องในวันครูที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๕)

ที่มา  :  http://www.ksp.or.th

การใช้คำว่า อย่างไรก็ตาม

การใช้คำว่า อย่างไรก็ตาม

          คำว่า อย่างไรก็ตาม  เป็นคำที่ใช้เชื่อมประโยค ๒ ประโยคเพื่อแสดงความขัดแย้งกันในบางประเด็น.    ประโยคที่อยู่หลังคำว่า อย่างไรก็ตาม มีเนื้อหาบางประเด็นที่แย้งกับข้อความในประโยคที่อยู่หน้า   ตัวอย่างเช่น การ์ตูนหุ่นยนต์กลายเป็นลักษณะเด่นของการ์ตูนญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามไม่ ใช่การ์ตูนญี่ปุ่นทุกเรื่องจะเป็นการ์ตูนหุ่นยนต์.    การท่องเที่ยวทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการขายสินค้าพื้นเมือง และผลิตผลทางการเกษตร อย่างไรก็ตามเงินรายได้จากการนี้อาจไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยว.  ภาคใต้ของประเทศไทยมีที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก  อย่างไรก็ตามหากบริหารและจัดการไม่ดี นักท่องเที่ยวก็อาจไม่อยากมาเที่ยว.

          คำว่า อย่างไรก็ตาม มักใช้ในภาษาเขียน มีความหมายคล้ายกับคำอีกหลาย ๆ คำที่ทำหน้าที่เชื่อมข้อความที่ขัดแย้งกัน หรือตรงกันข้าม เช่น แต่ทว่า, อย่างไรก็ดี, กระนั้นก็ตาม, แต่อย่างไรก็ตาม, แต่อย่างไรก็ดี.

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๒๗  ธันวาคม  ๒๕๕๔). 

          เปรียบเปรย.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=4637

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๒๗  ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

ขั้นตอนวิธีการย่อภาพหรือ resize รูปภาพใน ACDsee Pro 3 ทีละรูปหรือทีละหลาย ๆ รูปใน Windows 7 ไม่ยากอย่างที่คิด

ขั้นตอนวิธีการย่อภาพหรือ resize รูปภาพใน ACDsee Pro 3 ทีละรูปหรือทีละหลาย ๆ รูปใน Windows 7  ไม่ยากอย่างที่คิด

ขั้นตอนที่ 1  ให้ไปคลิกที่ Start  >>> All Programes >>> ACD Systems >>> ACDsee Pro 3

ขั้นตอนที่ 2  จะปรากฏหน้าต่างของโปรแกรมขึ้นมา  จากนั้นไปที่แถบเมนูด้านบน  คลิกที่คำว่า  File >>> Open  >>>  เลือกตำแหน่งและเปิดโฟลเดอร์ที่ไฟล์ภาพที่เราต้องการนั้นบรรจุอยู่ 

ขั้นตอนที่ 3  เมื่อพบไฟล์รูปภาพที่เราต้องการแล้วให้คลิกเลือกที่ภาพนั้น ๆ 1 ครั้ง 

       ถ้าต้องการเลือกภาพเป็นบางรูปให้ใช้เมาส์คลิกเลือกที่ภาพที่ต้องการทีละภาพโดยจะต้องกดปุ่ม Ctrl ที่คีย์บอร์ดของเราแช่ไว้ด้วยนะครับ >>> คลิก Open  เมื่อครบตามความต้องการในโฟลเดอร์นั้น ๆ แล้ว  ไปสู่

ขั้นตอนที่ 4  คลิกที่คำว่า “Manage” ที่แถบเมนูด้านบนขวา

ขั้นตอนที่ 5  รูปภาพที่ปรากฏนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกในขั้นตอนที่  3  ให้เราคลิกเลือกที่ไฟล์ภาพนั้น ๆ อีกครั้งโดยให้ปรากฏแถบพื้นหลังสีขาวให้ปรากฏที่ไฟล์ภาพนั้น ๆ (โดยยึดหลักการเลิกภาพเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 3 ครับ)  เมื่อเรียบร้อยแล้ว ไปสู่

ขั้นตอนที่ 6  คลิกที่คำว่า “Batch” ที่แถบคำสั่งด้านบนซ้ายมือ  >>>  คลิกที่คำว่า  Resize…

ขั้นตอนที่ 7  จะปรากฏหน้าต่าง Batch Resize Images เพื่อการสั่งงาน  ให้เรากำหนดค่า Percentage ของภาพที่เราจะ resize ให้มีค่าต่ำลงตามความต้องการ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม  Start Resize  รอจนกว่าจะ Resize เสร็จจากนั้นคลิกที่ปุ่ม Done

 หวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อผู้ประสงค์นำเทคนิคนี้ไปใช้ในการใช้สื่อและเทคโนโลยีไม่มากก็น้อยนะครับ

โดย http://krupiyarerk.wordpress.com

 

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๕

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๕

เปรียบเปรย คือ

เปรียบเปรย คือ

          เปรียบเปรย เป็นคำกริยา หมายความว่า พูดว่ากระทบกระเทียบ เป็นการใช้คำดีเปรียบกับสิ่งที่ไม่ดี เช่น เมื่อจะว่าคนที่เกียจคร้านจะใช้คำว่า หล่อนช่างเป็นคนขยันเหลือเกินนะ.   สายจนตะวันโด่งแล้วยังนอนอยู่ได้. เมื่อจะว่าคนที่ไม่รู้จักประหยัดไม่เจียมตนว่าจน ก็จะเปรียบเปรยว่า ช่างมีเงินทองมากเสียจริงนะจ๊ะ ของแพงขนาดนี้ยังซื้อมาใช้ได้ ของบ้านเราที่สวย ๆ ราคาถูก ๆ มีถมไปก็ไม่ใช้.

          กิริยาว่าหรือตำหนิด้วยการนำคำที่ดีมาเปรียบสิ่งที่ไม่ดี ดังตัวอย่างที่ยกมานี้ เรียกว่า เปรียบเปรย

 

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๓๐ พฤษภาคม  ๒๕๕๐). 

          เปรียบเปรย.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=1566

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

การใช้คำว่า คน-ศพ

การใช้คำว่า คน-ศพ

          คำลักษณนามสำหรับคำนามว่า คน ก็คือ คน ไม่ว่าจะเป็นคนตาย คนเป็น คนชั่ว คนดี ก็ใช้คำลักษณนามว่า คน เช่น มีคนตาย ๓ คน 
          ส่วนคำลักษณนามว่า ศพ นั้น ใช้กับคำนามว่า ศพ เช่น เกิดอุบัติเหตุ มีคนตาย ๓ คน ญาติมารับศพแล้ว ๒ ศพ เหลืออีกศพหนึ่ง ญาติยังไม่มารับ
          จะสังเกตได้ว่า คำลักษณนามในภาษาไทยต้องสัมพันธ์กับคำนามที่มาข้างหน้า เมื่อพูดถึงคนตายก็นับเป็นคน เมื่อพูดถึงศพก็นับเป็นศพ

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๑๓  มีนาคม  ๒๕๕๐). 

          คน-ศพ.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=1436

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๑๓  มีนาคม  ๒๕๕๐

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บรรณาธิการ หมายถึง

บรรณาธิการ หมายถึง

          คำว่า บรรณาธิการ เป็นคำนาม ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า editor (อ่านว่า เอ-ดิ-เต้อร์) เขียน e-d-i-t-o-r  หมายถึง บุคคลที่รับผิดชอบในการจัดพิมพ์หนังสือหรือเอกสารต่าง ๆ โดยทำหน้าที่คัดเลือกและตรวจแก้เรื่องที่ลงพิมพ์ เช่น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งถูกนักการเมืองชื่อดังฟ้อง.

          ส่วนคนที่ทำหน้าที่จัดทำหนังสือของสมาคมหรือสถาบันการศึกษา มักใช้ว่า “สาราณียกร” (อ่านว่า สา-รา-นี-ยะ-กอน) เช่น เธอเป็นสาราณียกรหนังสือรุ่น.

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๔ กันยายน ๒๕๕๐). 

          บรรณาธิการ กับ สาราณียกร.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=1672

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

บทความประกอบการพิจารณาตัวบ่งชี้ด้านอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ และมาตรการส่งเสริม ตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามของ สมศ.

บทความประกอบการพิจารณาตัวบ่งชี้ด้านอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ และมาตรการส่งเสริม
ตามเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามของ สมศ.

ศน.รัชภูมิ  สมสมัย

www.sornorpoom.ob.tc
evaluation_47@hotmail.com

         จากการที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการประเมิน สมศ. ของโรงเรียนบ้านอรุโณทัย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้วนั้น ได้มีโอกาสพูดคุยกับคณะกรรมการในประเด็นตัวบ่งชี้ด้านอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ และมาตรการส่งเสริม ทำให้มีความเข้าใจชัดเจนขึ้น โดยผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนต่าง ๆ ผมขออธิบายและสรุปในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
         ตัวบ่งชี้ด้านอัตลักษณ์ หมายถึง อะไรก็ได้ที่สามารถตอบสนอง ปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจของแต่ละโรงเรียน ซึ่งกระทำออกมาในรูปของโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ โดยผู้ประเมินจะดูในประเด็นของกระบวนการการมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงเรียน โดยเฉพาะในเรื่องการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานตามโครงการของคณะครูในโรงเรียน เช่น

        ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจของโรงเรียน ก. คือ นักเรียนมีทักษะกีฬาเป็นเลิศ ครูสมชายจึงคิดโครงการส่งเสริมทักษะกีฬาแก่นักเรียน (สอดคล้องกับปรัชญา วิสัยทัศน์ และพันธกิจ) เมื่อดำเนินงานตามโครงการไปได้ระยะหนึ่งแล้วพบว่า ครูในโรงเรียนมากกว่าร้อยละ 50 มีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามโครงการของครูสมชายเป็นอย่างดี เป็นต้น ตัวอย่างดังกล่าวข้างต้นคือตัวบ่งชี้ด้านอัตลักษณ์  ดูการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานตามโครงการ
         ตัวบ่งชี้ด้านเอกลักษณ์ หมายถึง ลักษณะที่ติดตัวนักเรียน เมื่อนักเรียนจบจากโรงเรียนนั้น ๆ แล้วเป็นลักษณะที่เด่น ไม่เหมือนใคร เช่น ใน สพป.ชม.3 ถ้านึกถึงเรื่อง ดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย ต้องนึกถึงโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 12 (บ้านเอก) ถ้านึกถึงเรื่อง ความเป็นจีน จะนึกถึง โรงเรียนบ้านอรุโณทัย หรือโรงเรียนบ้านใหม่หนองบัว เป็นต้น เพราะฉะนั้นแต่ละโรงเรียนควรยึดนักเรียนหรือบริบทของชุมชนเป็นที่ตั้งในการ กำหนดเอกลักษณ์ของโรงเรียนขึ้นมา  แล้วจึงทำโครงการหรือกิจกรรมขึ้นมารองรับเพื่อพัฒนา ส่งเสริมให้เอกลักษณ์ดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ชุมชน เช่น ผู้ปกครองยอมรับ โรงเรียนอื่น ๆ กล่าวถึง หรือได้รับรางวัลในระดับต่าง ๆ เป็นต้น
         ซึ่งทั้งอัตลักษณ์และเอกลักษณ์นั้นอาจเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้ หรือคนละเรื่องกันก็ได้ ขึ้นกับบริบทของแต่ละโรงเรียน แต่จุดที่เหมือนกันคือทั้งอัตลักษณ์และเอกลักษณ์นั้นต้องมีโครงการรองรับ โดยที่โครงการนั้นต้องมีกระบวนการการ P D C A เป็นสิ่งสำคัญ
         ตัวบ่งชี้ด้านมาตรการส่งเสริม หมายถึง แนวทางการแก้ปัญหาทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน     โดยปัญหาอันดับ 1 ที่โรงเรียนต้องดำเนินการแก้ไขคือ ข้อเสนอแนะจากการประเมินรอบสอง ทั้งในเชิงของการพัฒนาจากรอบสอง และเชิงการแก้ปัญหาจากรอบสอง (ควรทำให้ครบ)  ส่วนปัญหารอง ๆ  ไปเกิดจากการระดมความคิดของคณะครูและชุมชนว่าในและนอกโรงเรียน เรานั้น มีปัญหาอะไรบ้าง แล้วช่วยกันลำดับความสำคัญ แก้ปัญหาโดยทำโครงการรองรับ และที่เหมือนเดิมคือ ต้องมี P D C A อีกเช่นเคย
         ซึ่งทั้งสามประเด็นนั้นโรงเรียนต่าง ๆ ควรเริ่มกำหนดไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการประเมินทั้งภายในและภายนอก ต้องมีความสามัคคีเป็นที่ตั้ง เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย หากมีข้อเสนอแนะประการใด ผมยินดีรับฟังและช่วยเหลือครับ

ที่มา  :  ศน.รัชภูมิ  สมสมัย 

          http://webboard.kruthai.info/index.php?topic=1089

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2555

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2555

คำขวัญนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๕

“สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี”

ดาวน์โหลดเอกสารคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2555

ดาวน์โหลดเอกสารสารนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ  ประจำปี 2555

ที่มา : http://www.obec.go.th/sites/obec.go.th/files/document/attachment/15359/

ดาวน์โหลดเอกสารสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2555

ที่มา : http://www.moe.go.th/moe/upload/news18/FileUpload/25959-2932.pdf

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน

  • ปี พ.ศ. 2554 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ

  • ปี พ.ศ. 2553 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ   คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2552 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี

  • ปี พ.ศ. 2551 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2550 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข

  • ปี พ.ศ. 2549  พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร  อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด

  • ปี พ.ศ. 2548 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร  เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด

  • ปี พ.ศ. 2547 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร  รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดีๆ อนาคตดีแน่นอน

  • ปี พ.ศ. 2546 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี

  • ปี พ.ศ. 2545 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส

  • ปี พ.ศ. 2544 นายชวน หลีกภัย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

  • ปี พ.ศ. 2543 นายชวน หลีกภัย มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย

  • ปี พ.ศ. 2542 นายชวน หลีกภัย ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย

  • ปี พ.ศ. 2541 นายชวน หลีกภัย ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย

  • ปี พ.ศ. 2540 พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด

  • ปี พ.ศ. 2539 นายบรรหาร ศิลปอาชา มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด

  • ปี พ.ศ. 2538 นายชวน หลีกภัย สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

  • ปี พ.ศ. 2537 นายชวน หลีกภัย ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

  • ปี พ.ศ. 2536 นายชวน หลีกภัย  ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม

  • ปี พ.ศ. 2535 นายอานันท์ ปันยารชุน สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม

  • ปี พ.ศ. 2534 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา

  • ปี พ.ศ. 2533 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2532 – พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2531 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2530 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2529 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2528 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2527 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา

  • ปี พ.ศ. 2526 – พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2525 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย

  • ปี พ.ศ. 2524 - พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ – เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม

  • ปี พ.ศ. 2523 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย

  • ปี พ.ศ. 2522 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – เด็กไทยคือหัวใจของชาติ

  • ปี พ.ศ. 2521 - พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ – เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

  • ปี พ.ศ. 2520 - นายธานินทร์ กรัยวิเชียร – รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย

  • ปี พ.ศ. 2519 - หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช – เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดี มีวินัย เสียแต่บัดนี้

  • ปี พ.ศ. 2518 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ – เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี

  • ปี พ.ศ. 2517 - นายสัญญา ธรรมศักดิ์ – สามัคคีคือพลัง

  • ปี พ.ศ. 2516 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ

  • ปี พ.ศ. 2515 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ

  • ปี พ.ศ. 2514 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – ยามเด็กจงหมั่นเรียน เพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ

  • ปี พ.ศ. 2513 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส

  • ปี พ.ศ. 2512 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ

  • ปี พ.ศ. 2511 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย เฉลียวฉลาดและรักชาติยิ่ง

  • ปี พ.ศ. 2510 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรงดีมีความประพฤติเรียบร้อย

  • ปี พ.ศ. 2509 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี

  • ปี พ.ศ. 2508 - จอมพล ถนอม กิตติขจร – เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี

  • ปี พ.ศ. 2507 – งดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

  • ปี พ.ศ. 2506 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด

  • ปี พ.ศ. 2505 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด

  • ปี พ.ศ. 2504 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย

  • ปี พ.ศ. 2503 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ -  ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด

  • ปี พ.ศ. 2502 - จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ – ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า

  • ปี พ.ศ.2499 – จอมพล ป.พิบูลสงคราม – จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม

ที่มา : http://www.obec.go.th/sites/obec.go.th/files/document/attachment/15221/152045.jpeg

อาศิรวาท หมายถึง

อาศิรวาท หมายถึง

         อาศิรวาท (อ่านว่า อา-สิ-ระ -วาด) ประกอบด้วยคำภาษาสันสกฤต ๒ คำ คือ อาศิร (อ่านว่า อา-สิ-ระ) กับ วาท (อ่านว่า วา-ทะ). อาศิร แปลว่า การสรรเสริญ. วาท แปลว่า ถ้อยคำ. อาศิรวาท จึงแปลว่า คำสรรเสริญ, คำอำนวยพร. ในภาษาไทยใช้คำว่า อาศิรวาท เรียกถ้อยคำที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.

         คำว่า อาศิรวาท แผลงเป็นคำว่า อาเศียรวาท ก็ได้. อาศิรวาท หรือ อาเศียรวาท นิยมแต่งเป็นบทร้อยกรอง และที่ใช้มากที่สุดคือฉันท์ เช่น สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ (อ่านว่า สัด-ทุน-วิก-กี-ลิด-ตะ-ฉัน)  วสันตดิลกฉันท์ (อ่านว่า วะ -สัน-ตะ-ดิ -หฺลก-ฉัน) อินทรวิเชียรฉันท์ (อ่านว่า อิน-ทฺระ-วิ -เชียน-ฉัน). ที่แต่งเป็นกาพย์ โคลง หรือ กลอน ก็มีบ้าง. คำถวายพระพรที่เรียกว่า อาศิรวาท นั้น มักจะมีคำกล่าวสรรเสริญพระบารมีหรือพระมหากรุณาธิคุณเป็นการสดุดีด้วย จึงมีคำว่า อาศิรวาทราชสดุดี (อ่านว่า อา-สิ -ระ-วาด-ราด-ชะ-สะ -ดุ-ดี).

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๔ ธันวาคม  ๒๕๕๔). 

          อาศิรวาท.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=4609

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

จองหองพองขน หมายถึง

จองหองพองขน หมายถึง

          คำว่า จองหองพองขน ประกอบด้วยคำว่า จองหอง แปลว่า เย่อหยิ่ง อวดดี ทะนงตน กับคำว่า พองขน แปลว่า ทำขนตั้งขึ้น พองขึ้น เป็นอาการของสัตว์ เช่น แมวหรือลิง คำว่า จองหองพองขน ใช้เป็นสำนวนมีความหมายว่า เย่อหยิ่ง อวดดี แสดงอาการลบหลู่ดูหมิ่น โดยเปรียบกับอาการของลิงที่ทำขนพองขึ้นแสดงอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจ พร้อมทั้งส่งเสียงขู่ตะคอกเมื่อคนเข้าไปใกล้

          สำนวน จองหองพองขน ใช้กันมาแต่โบราณปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น ในนิราศเมืองแกลง ของสุนทรภู่ กล่าวถึงตอนที่เดินทางโดยทางเรือเมื่อถึงคลองขวาง มีลิงแสมจำนวนมากอยู่ริมตลิ่งวิ่งตามเรือ ความตอนนี้มีว่า

          คำโบราณท่านผูกถูกทุกสิ่ง                        เขาว่าลิงจองหองมันพองขน

          ทำหลุกหลิกเหลือกลานพานลุกลน           เขาด่าคนจึงว่าลิงโลนลำพอง

ที่มา/อ้างอิง  : 

ราชบัณฑิตยสถาน.  (๒๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๔). 

          จองหองพองขน.   เข้าถึงได้จาก  :  

          http://www.royin.go.th/th/

          knowledge/detail.php?ID=4577

          อ้างถึงใน : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย”

          ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง

          ประเทศไทย เมื่อวันที่  ๒๙  พฤศจิกายน  ๒๕๕๔

          เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๕ ข้อ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่นักเรียนควรทราบ ควรระลึก และหมั่นปฏิบัติอยู่เสมอ

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๕ ข้อ  ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช  ๒๕๕๑  ที่นักเรียนควรทราบ ควรระลึก และหมั่นปฏิบัติอยู่เสมอ

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้

๑.  ความสามารถในการสื่อสาร

เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร  มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม

.  ความสามารถในการคิด

เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์  การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตน เองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

๓.  ความสามารถในการแก้ปัญหา

เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ  ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม  แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม

๔.  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต

เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น

๕.  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน  การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม

ที่มา/อ้างอิง  :  กระทรวงศึกษาธิการ.  (๒๕๕๒).  หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช  ๒๕๕๑.    กรุงเทพฯ  :  โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์

การเกษตรแห่งประเทศไทย.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 41 other followers